Search This Blog

Tuesday, November 30, 2010

โรตีอร่อยตลาดไนท์พลาซ่า กำแพงเพชร

ที่ตลาดไนท์ เป็นตลาดเย็นและค่ำที่ประชาชนชาวกำแพงเพชร ไปเดินหาอาหาร เครื่องดืืื่มและผลไม้ทานกัน อย่างคึกคัก ตั้งแต่ห้าโมงเย็น โดยเฉพาะข้าราชการทั้งผู้น้อยผู้ใหญ่พากันมา บ้างก็นั่งรับประทานอาหารที่นี่ บ้างก็ซื้อกับข้าวสำเร็จรูปใส่ถุงพลาสติก ไปทานกับครอบครัวที่บ้าน บ้างก็รับลูกจากโรงเรียนมานั่งทานอาหารสั่ง หรือจานเดียวกันที่นี่ มีให้เลือกหลายร้าน ล้วนแต่อร่อยทั้งนั้น  ที่นี่มีทุกอย่างเรียกได้ว่า ครบถ้วน ตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวสารพัดชนิด กับข้าวถุง ส้มตำ อาหารตามสั่งหลายร้าน ผักผลไม้ หนังสือพิมพ์ ลอตเตอรรี่
ไอติม น้ำผลไม้ปั่น ฯ ล ฯ 

เนื่องจากมีอาหารเยอะแยะมากมายสารพัน ล้วนอร่อยทั้งนั้น ผมเดินเข้าไปในตลาดทีไร ก็อยากจะกินให้หมดทุกร้าน แต่คงจะไม่ไหวละครับ กะเพาะมันก็เท่านี้  ด้านหนึ่งของตลาดไนท์เป็นมุมก๋วยเตี๋ยวกับน้ำผลไม้ปั่น อีกด้านหนึ่งเป็นอาหารตามสั่ง ถัดไปก็เป็นขนมทำเอง  ถัดมาอีกก็เป็นตลาดผลไม้ และร้านขายดอกไม้ พวงมาลัยไหว้พระ ขายเป็นกำ กำละ 5 บาทเท่านั้น เอง  ทุกๆ หนึ่งอาทิตย์ผมจะต้องไปซื้อดอกไม้สดที่นี่เอาไปไ้ห้วพระ ดอกไม้่จะอยู่ได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ก็จะได้รอบ ก็จะมาซื้ออีกครั้งหนึ่ง

ตรงข้ามกับร้านดอกไม้สด จะมีรถเข็นขายโรตีกล้วยหอม อยู่ร้านนึง ผมเดินผ่านร้านนี้ไม่รู้กี่ครั้งโดยไม่ได้ไปอุดหนุนโรตี เจ้าของร้านรู้สึกจะขี้เกรงใจคนซื้อมากๆ ไม่คิดจะเรียกลูกค้าให้รำคาญแต่อย่างใด  วันนี้ผมทนไม่ได้ อยากลองทานโรตีกล้วยหอม หลังจากซื้อดอกดาวเรือง จำนวน 2 กำแล้ว ก็เดินตรงไปยังร้านขายโรตีรถเข็น พร้อมกับสั่งโรตีกล้วยหอม หนึ่งอัน ระหว่างรอโรตีก็อดถามไม่ได้เมื่อเห็นรายการโรตีหลายชนิด อันละ 8 บาท  มี โรตีสตอบอรี่ โรตีผสมสัปรด ลูกเก็ด ก็เลยสั่งเพิ่ม

ผมเดินกลับที่พัก เจอยามก็เลยนั่งลงแบ่งให้หนึ่งอัน ส่วนผมเหลือโรตีกล้วยไข่ เข้าห้องได้กลิ่นหอมของโรตีผมก็ไม่รีรอเปิดกล่อง ทาน จนหมดในไม่กี่นาที  กล้วยหอม ทานกับโรตีนี่อร่อยเข้าท่า แต่ว่าก็น่าจะกลัวอ้วนได้เหมือนกัน เพราะ โรตีใส่น้ำตาลและนมข้นด้วย แต่วันนี้ขอละ ผมทานมันหมดไปแล้วไม่เหลือ 

Tuesday, September 28, 2010

วิทยาลัยอาชีวเทศบาลเมืองกำแพงเพชร เปิดให้บริการล้างรถ

ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวเทศบาลเมืองกำแพงเพชร กับอาจารย์หลายท่านลงความเห็นกันว่าควรจะให้เด็กนักเรียนได้มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ และความชำนาญการช่าง การเป็นผู้ประกอบการ จึงคิดโครงการล้างรถ ให้เด็กได้ใช้ความรู้และประสบการณ์โดยเปิดให้บริการล้างรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ ทุกชนิด ราคาย่อยเยาว์ ล้างด้วยมือ ดูแลรถยนต์ของท่านอย่างทนุถนอม บริการตรวจเช็คเครื่องยนต์ให้คำแนะนำการใช้และบำรุงรักษารถยนต์ 

ผมได้เข้าไปใช้บริการ ล้างรถและขัดสี เปลี่ยนน้ำยาหม้อน้ำ รถเบ็นซ์ของผมก็เลยดูใหม่เหมือนเพิ่งซื้อมาเมื่อวานนี้เอง 

การให้บริการใกล้ชิดทุกระยะ  ต้องรับบริการล้างรถยนต์ที่วิทยาลัยอาชีวเทศบาลเมืองกำแพงเพชรครับ 

สถานที่  ถนนวิจิตร 1  เทศบาลหลังเก่า 

Monday, September 27, 2010

ผัดไท นครชุม กำแพงเพชร

"มื้อค่ำจะไปทานอาหารที่ใหนดี"  แขกหลายท่านที่มาเยือนจังหวัดกำแพงเพชรมักจะถามคำถามนี้่อยู่ประจำ  จริงๆ แล้วจังหวัดกำแพงเพชรเป็นจังหวัดที่มีร้านอาหารอร่อยมากมายนัก โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวมีมากหลายร้าน หลายชนิด อาทิ เช่น ก๋วยเตี๋ยวไก่ตาหยา  ก๋วยเตี๋ยวชากังราว ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ก๋วยเตี๋ยวไท ก๋วยเตี๋ยวบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ก๋วยเตี๋ยวสารพัดชนิด เอ่ยไม่ได้หมด  ผมอยากจะบอกว่า มาเที่ยวกำแพงเพชร จะต้องใช้เวลามากกว่าสัปดาห์ในการตระเวณไปหาก๋วยเตี๋ยวให้ครบทุกเจ้า

แต่สำหรับมื้อค่ำที่น่าสนใจที่ผมกำลังจะแนะนำคือ ก๋วยเตี๋ยวผัดไท นครชุม  ร้านนี้จะเปิดตอนเย็น ค่ำไปแล้ว ในตลาดเ่ก่านครชุม ข้างโรงหนังเก่า ตลาดนครชุมเป็นตลาดเก่าทีเดียว พอๆ กับเมืองสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เสด็จ ร. ๕ ก็เคยประพาสมาที่นี่ในสมัยนั้น  มีความเจริญรุ่งเรืองมาก  ร่องรอยความเจิรญตอนนี้เลือนหายไปหมดแล้ว ยังคงเหลือแต่อาคารไม้เ่ก่าๆ ตลอดแนว สมัยหนึงเทศบาลนครชุมพยายามที่จะอนุรักษ์และเปิดตลาดนี้ให้เป็นตลาดโบราณ สำหรับเป็นแหล่งท่องเที่ยวแ่ต่ก็ทำได้ไม่ดีเท่าเมืองสามชุก  ด้วยเหตผลใดไม่อาจทราบได้

ผมพาท่านเลยไปไกล เอาละกลับมาที่ก๋วยเตี๋ยวกันก่อน  ก๋วยเตี๋ยวผัดไท มีแคบหมูให้ ถั่วงอกสด ต้นหอม จะขาดเสียไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้นจะขาดความอร่อยควบคู่กันไป บรรยากาศยามค่ำคืน มีแสงไฟหลอดกลม กับอาคารไม้รอบข้าง มีร้านขายขนมหวานตั้งอยู่ติดกัน ชาวบ้านย่านถิ่นแถวนั้นก็พากันเดินออกมาซื้อขนมกันด้วย  นั่งทานก๋วยเตี๋ยวไปสักพักหนึ่ง จะได้ยินเสียงยามเคาะเหล็กให้ดังเพื่อบอกเวลาว่ากี่ยามแล้ว  สักพักหนึ่งยามก็จะขี่จักรยานผ่านไป แล้วเลยไปเคาะที่อื่นต่อ  บรรยากาศอย่างนี้ทำให้นึกถึงบรรยากาศย้อนยุคกลับไปสมัยที่พลังงานไฟฟ้ามาจากโรงไฟฟ้าที่ใช้เครื่องปั่นเป็นเวลา

หากท่านผ่านมาอย่าลืมไปนึกถึงบรรยากาศแบบที่ผมว่าได้ที่ตลาดนครชุมนะครับ 

Thursday, September 16, 2010

สร้างสรรค์สังคม: ไปอ่างทองต้องลองมันอุทัย

สร้างสรรค์สังคม: ไปอ่างทองต้องลองมันอุทัย

ไปอ่างทองต้องลองมันอุทัย

บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ สายเหนือ ผ่านอยุธยา เป็นระยะทางสั้นๆ ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก ขับรถยนต์ต่อไปจนถึงอ่างทอง แถวนั้น มีของกินพื้นบ้านอร่อย คือ "มันอุทัย"  อ้าวแล้วจะหาซื้อได้ที่ใหน เป็นสินค้าโอทอปหรือเปล่า มันจะคล้ายกับมันบดในร้าน เค เอฟ ซี หรือเปล่า    มีขายที่ร้านอะไร ร้านป้าแช่ม หรือ ร้านแม่บังอร หรือเปล่า

เปล่าเลย มันอุทัย เป็นมันขนาดเล็ก เท่าๆ กับ นิ้วนาง หรือนิ้าชี้ มีส่วงม่วงแดง นำมาต้มในหม้อซึ้งนึ่งข้าวแบบสมัยก่อน  บนเตาถ่าน เมื่อท่านเดินทางเข้าเขตอุทัย มองสองข้างทาง จะมองเห็นเป็นเพิงร้านค้า บ้างก็ขายหนูนาย่าง หลายซุ้มขาย โรตีสายไหมท่านต้องคอยสังเกตให้ดีว่าซุ้มใหนมีซึ้งนึ่งข้าวตั้งอยู่บนเตา มีควันกรุ่นๆ นั่นแหละ ท่านจะได้ทานมันอุทัย ที่มีรสชาดอร่อยอย่างยิ่ง มีขนาดเล็กเต็มคำพอดี มันไม่เละ ไม่แข็งเกินไป นุ่ม และอุ่น ราคาถูกมาก ซื้อราคา 20 บาท ขับรถจากอ่างทองเข้ากรุงเทพ ยังไม่หมดเลยครับ ผมไม่สงสัยเลยว่ามันเป็นอาหารหลัก ของคนสมัยโบราณทานระหว่างเดินทางไปรบทัพจับศึก เดินทางไกล และจนถึงทุกวันนี้มันก็ยังเป็นอาหารหลักได้อย่างดี หนักท้อง และประหยัด  ลองหันมารับประทานมันอุทัยแทน มันบด เค เอฟ ซีหน่อยเป็นไร

อ้อ ขาล่องเข้ากรุงเทพจะมีร้านต้มมันอุทัยมากกว่าขาขึ้นนะครับ  แต่ต้องสังเกตบ้างเพราะบางร้านจะเอามันอย่างอื่นมาปนด้วย เช่นมันสีเหลือง เนื้อจะเละกว่า ไม่อร่อย และบางร้านก็ยังต้มมันไม่สุก และแข็งเกินไป ต้องคอยดู และเลือกหัวมันเช่นเดียวกันกับเวลาซื้อผลไม้กันเลยทีเดียวครับ   ผมมักจะพาครอบครัวและสหายแวะทานมันอุทัยก่อนอาหารมื้อหลักในคราวที่ผมจะต้องเป็นเจ้ามือเสมอ เพราะจะทำให้ประหยัดตังได้เยอะเพราะแต่ละคนก็จะอิ่มมันกันก่อน และทำให้สั่งอาหารน้อยลง

Monday, July 26, 2010

ตลาดร้อยปี สามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี

ผมและคุณพ่อคุณแม่ชวนกันไปงานแต่งงานของญาติที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จังหวัดที่ในอดีตเคยมีความขัดแย้งกับจังหวัดใกล้เคียงเพียงแค่จังหวัดใหนมีต้นตาลมากกว่ากัน คือจังหวัดเพชรบุรี ปัญหาจบอย่างไรไม่ทราบได้ ว่าจังหวัดใหนจะมีต้นตาลมากกว่ากัน

ออกเดินทางกันราวตีหนึ่งกว่า ง่วง หาว ตอลดทางมาถึงเช้าตรู่ที่จังหวัดราชบุรี  เจ้าภาพกรุณาเลี้ยงอาหารเช้า แต่ผมแอบมาข้างนอก เพื่อหาต้มเลือดหมู ตบด้วยกาแฟโบราณกับนมสดแท้แท้ รสชาดก็นุ่มนวล กลมกล่อมดีครับ  ที่สำคัญราคาถูกมาก 10 บาทครับ แถมน้ำชาร้อนอีกครับ 

ประเพณีของไทย ต้องมีการแห่ขันหมาก ฝ่ายผมเป็นฝ่ายของเจ้าบ่าว ก็ตั้งขบวนกันฝั่งตรงข้ามกับคลองชลประทาน แล้วก็โห่ร้องแห่กันมามีทั้งของหวานของคาว ผมทำหน้าที่ถ่ายรูปด้วย เดินวิ่งดักหน้าดักหลัง ขบวนเพื่อให้ได้ภาพต่างอริยาบทกัน ด้านผู้ใหญ่ของเจ้าสาวก็ออกมาต้อนรับหน้าประตู ครับ ประตูเงินประตูทอง เจ้าบ่าวรู้ตัวดีอยู่แล้วจะต้องผ่านด่านต่างๆ เตรียมของกำนัลมาพร้อมก็ผ่านไปได้เรียบร้อยเข้าพิธีกันต่อไป  ทุกคนก็มีความสุขไปกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว 

เมื่อพิธีการเข้ามาเป็นอันที่ผมจะต้องหาทางออกไปขับรถตระเวนดูบ้านเมือง ตามสันดานของพัฒนากรเก่า ก็ออกสำรวจ จนเที่ยงหิว ก็แวะร่านก๋วยเตี๋ยว หมูทุบ สูตรราชบุรี เป็นร้านดัง  ลูกสาวเจ้าของร้านหน้าตาดี สวยมาก กินจนเกลี้ยงชาม ผมชอบร้านนี้นอกจากจะมีเจ้าของร้านหน้าตาดี แล้ว เสียงเพลงในร้านเป็นเพลงสากลเก่าดังมาจากหลังร้าน I don't like to sleep alone  แหมเข้ากันกับอารมณ์ผมเลยละตอนนี้ 

เราอำลาเจ้าภาพและขอกลับก่อน อันที่จริงเจ้าภาพอยากจะให้เราอยู่กินเลี้ยงตอนค่ำที่โรงแรม Royal City ที่กรุงเทพ แต่คงจะไม่ไหว ก็ขอตัวกลับ  ตามเส้นทางสุพรรณบุรี ชัยนาท และนครสวรรค์ ระหว่างทาง คุณแม่อยากแวะเยี่ยมเยียนตลาดร้อยปี ก็ตามใจท่าน พามาเดินเที่ยว ผมเองก็ไม่เคยได้แวะไปเช่นกัน  รู้สึกแปลกใจ และทึ่งมากที่สามชุกสามารถทำเมืองเก่าได้ ซึ่งผมเคยไปที่ญี่ปุ่นมา ในหมู่บ้านวัฒนธรรม แนวความคิดของญี่ปุ่น ก็คือ คนในชนบทเข้าเมืองกันมากและทิ้งบ้านไว้ไม่ดูแล ท้องถิ่นก็พยายามฟื้นฟูเมืองให้กลับมามีชีวิตชีวา ดึงคนหนุ่มสาวให้กลับมาอยู่อาศัยกัน และเอาเสน่ห์ของท้องถิ่นโบราณกลับมาเป็นสิ่งดึดดุดนักท่องเที่ยว สามชุกวันนี้ ย้อนยุคได้ดีมาก และจนกระทั่งได้รับการยกย่องให้เป็น World Heritage ด้านวัฒนธรรม สิ่งดีดีในเมืองไทยและน่ายกย่องต้องขอยกนิ้วให้

ขอแนะนำท่านที่จะเที่ยวในวันเดียวได้หลายอย่างก็ใช้เส้นทางนี้ครับ เที่ยวนครปฐม มาสุพรรณบรี ดูตลาดสามชุด และเที่ยวบึงฉวาก มาชัยนาทดูสวนนก ถึงนครสวรรค์ดูบึงบรเพ็ด วนกลับมาทางอยุธยา ก็ได้ครับ 

Tuesday, July 13, 2010

แจกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตามนโยบายของรัฐบาล


นโยบายรัฐบาลประชานิยม ส่งผลให้เงินผู้สูงอายุที่ในอดตีจ่ายผ่านกรมประชาสงเคราะห์ และเมื่อกระจายอำนาจแล้วก็ให้ท้องถิ่นดูแล โดยรัฐบาลกลางอนุมัติเงินจำนวนหนึ่งที่เคยให้กับกรมประชาสงเคราะห์ตามที่มีรายชื่ออยู่เดิมมาให้ และให้รัฐบาลท้องถิ่น สำรวจรายชื่อผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป มาขึ้นทะเบียนรับเงิน  ผู้นำชุมชนแต่ละท่านก็ไปสำรวจมา ปรากฎว่าผู้สูงอายุมีมากกว่า เงินที่รัฐบาลโอนมาให้ รัฐบาลท้องถิ่นก็โวย อ้าวโยนภาระมาให้แล้วไม่ดูแล  แถมยังบอกว่า ส่วนที่ไม่พอให้ท้องถิ่นหางบประมาณที่ไม่ค่อยจะเก็บได้เนี่ยนะ มาจ่าย เมื่อข่าวจะให้เงินผู้สูงอายุกระจายไปแล้ว บางท่านยังไม่เคยได้รับการสงเคราะห์ คนแ่ก่บางท่านก็สงสัยเป็นกำลัง คิดไปไกลขนาด เออ แก่ขนาดนี้แล้วยังจะมาหลอกกันอีกเหรอเนี่ย

รัฐบาลที่มีที่ปรึกษาเยอะแยะมากมาย มีความกังวลใจกับเรื่องนี้มาก นักวิชาการก็ให้คำแนะนำมาว่า จะต้องเป็นรัฐสวัสดิการ (Welfare State)แบบประเทศสวีเดน อะไรทำนองนั้น  อันที่จริงก็พูดกันมานานแล้วนะ ยังไม่ขยับเขยือนกันซะที แต่เอ มันจะเหมือนกันมั้ย ระหว่างเศรษฐีแจกเงิน กับคนจนเป็นหนี้เป็นสิ้นแล้วแจกเงิน
(เงินที่ให้เปล่า ไม่ก่อให้เกิดการลงทุน) มันจะเป็นอย่างไรละคราวนี้ เศรษฐีแจกเงินก็โอเค แต่รัฐบาลที่ยังอยู่ในภาวะงบประมาณขาดดุลเช่นขณะนี้  แจกเงิน อนาคตมันจะไปอย่างไรต่อ

เอาละ สรุปว่านโยบายดีก็แล้วกัน มาถึงคำถามว่าจะเอาเงินมาจากใหนกัน  เหล่าผู้ฉลาดปราดเปรื่องก็ระดมความคิดเห็น (Brain Strom) ว่า เอาเงินอุดหนุนท้องถิ่นมาใช้ละกัน ว่าแล้วก็โอนเงินที่เคยอุดหนุนให้ท้องถิ่นถ่ายเทไปเป็นเงินตามนโยบายของรัฐบาล ท้องถิ่นจะรู้มั้ยในตอนแรก เพิ่งร้องอ้อ เมื่อพบว่าไม่มีเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลางมาตามงวด  อั้ย หยา........

ท้องถิ่นจัดเก็บภาษีด้วยตนเองได้ประมาณร้อยละ 20, 30, ของงบประมาณทั้งหมด นอกนั้นเป็นเงินอุดหนุน ดังนั้นเงินพัฒนาก็ไม่มี ใครเป็นนายกเทศมนตรีช่วงนี้ กลายเป็น "เจ๊กหมดทุน"  เสี่ยงต่อการไม่ได้รับเลือกตั้ง ต้องสงสารกันหน่อยละครับ

ส่วนดีของนโยบายก็ทำให้ผมได้มีโอกาสพบปะ คนชรา ได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใย สอบถามสารทุกข์สุกดิบกัน จับมือจับไม้ อบอุ่น ชื่นใจ  แต่ทว่าคำถามสำคัญก็คือ นโยบายนี้จะมีความยั่งยืนหรือไม่ และถ้าจะให้เกิดความยั่งยืน คนสูงอายุมีสวัสดการเช่นนี้ตลอดไป จะต้องสร้างกลไกอะไรบ้าง น่าคิดจริงจริง