Search This Blog

Thursday, January 27, 2011

นครชุม เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือจะเป็นเมืองที่ทำลายตัวเอง

วันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมเสวนา (จริงๆ ไปร่วมฟังมากกว่า) เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ณ เมืองนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร บริเวณคลองสวนหมาก ทีอดีตเคยเป็นคลองที่รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จประพาสต้นและพักแรมที่นี่
เมืองนครชุมเป็นเมืองโบราณตั้งแต่อาณาจักรสุโขทัย มีประวัติศาสตร์ชุมชนมายาวนาน 

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกับโครงการเมืองเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์ ได้เลือกเอาเมืองนครชุมเพื่อส่งประกวดเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็เลยจัดการเสวนาครั้งนี้ขึ้นเำำพื่อเตรียมความพร้อมและเืพื่อเปิดเวทีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

สถานที่จัดงานได้เลือกเอาบ้านเก่าหลังหนึ่งที่อยู่ริมคลองสวนหมากและอยู่ระหว่างบ้านเก่าหลายหลังติดๆ กัน บรรยากาศในช่วงเย็นพลบค่ำ อากาศกำลังเย็นสบาย ผมเดินถือการ์ดเชิญเดินเข้าไปในงาน เหมือนกันงานวัฒนธรรมทั้งหลาย มีการจัดบรรยากาศให้เป็นย้อนยุค อาหาร ขนมไทยไทย เครื่องดื่มทำจากวัสดุพื้นบ้าน การตั้งโต๊ะเก้าอี้กลางแจ้ง ผมทักทายกับคนรู้จักกันพอประมาณ  ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นประธานในงานก็เดินทางมาถึงและเริ่มดำเนินรายการโดย พาณิชย์จังหวัดเป็นผู้ดำเนินรายการ สนทนากับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้เกริ่นให้ทราบที่มาที่ไป ผมจึงถึงบางอ้อ ว่างานนี้รัฐเข้าไปจัดการใส่แนวความคิดให้กับชุมชน 

ประเด็นที่ผมเป็นห่วง เริ่มเข้ามา ประการที่หนึ่ง ชุมชนที่เคยสงบเงียบ แต่หลายคนอาจมองว่ามันกำลังจะสลายหรือตายไป ได้ถูกกระตุ้นด้วยการปลุกเมืองให้ตื่นรับนักท่องเที่ยวและผู้มาเยีืยน สิ่งที่ผมกำลังกังวลคือ ชุมชนย่านนั้นจะไม่เงียบสงบอีกต่อไป ความเป็นอยู่แบบปกติสุขของผู้คนแถบนั้นกำลังเผชิญหน้ากับกระแสการท่องเที่ยว และสิ่งแปลกปลอมที่เ้ข้ามากับการท่องเที่ยว ซึ่งจะชักนำเอานักลงทุนต่างถิ่นเข้ามาลงทุนและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการตอบรับการขยายตัวของระบบทุนนิยมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได

ประเด็นที่สอง ชาวบ้านกำลังเข้าใจผิดระหว่าง การอนุรักษ์และฟื้นฟูอดีตขึ้นมา กับ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในความหมายของกระทรวงพาณิชย์  รัฐอาจมองว่า มันคือการจะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ชาวบ้านอาจคิดและเชื่อว่ามันคือการฟื้นอดีตที่เรียกร้องให้คืนกลับมา แต่ผมกำลังจะกังวัลว่า การฟื้นฟูนั้นจะไปติดกับดักของการพัฒนารูปแบบอื่นๆ ที่จะกลับเข้าไปทำลายอดีตโดยสิ้นเชิงเลยก็เป็นได้  ผมยกตัวอย่างอำเภอปาย ที่เปิดเขาต้อนรับนักท่องเที่ยว จนสูญเสียความเป็นตัวตนไป เนื่องจากกลุ่มทุนต่างถิ่นเข้าไป คนท้องถิ่นต้องอพยพออกไป ปัจจุบันในเมืองปายมีแต่คนต่างถิ่นเข้าไปลงทุน มีจำนวน รีสอร์ทเกือบ ห้าพันห้อง มันเป็นปรากฎการณ์ที่ เรียกว่า "Over Supply" ก่อปัญหาความขาดแคลนทรัพยากร และสาธารณูปโภคไม่เพียงพอ เช่น ไฟฟ้าไม่เพียงพอ เป็นต้น  สิ่งเหล่าสูญเสียไปเหล่านี้เมืองปายไม่สามารถเรียกเอากลับคืนมาได้ แต่ผิดกันกับเมืองแม่ฮ่องสอน ที่ยังคงรักษาคุณค่า วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ในอดีตไว้ได้ ปฎิเสธความทันสมัย งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของที่นั่น มีไว้เพื่อการอนุรักษ์ มากกว่าการจะพัฒนาความทันสมัย  คนที่นั่นหวงแหนความเป็นอยู่ และวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมของชาวไตใหญ่ ไว้อย่างเหนียวแ่น่นและมั่นคง 

แนวคิดเรื่องย้อนยุคเป็นกระแสที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในขณะนี้ ตั้งแต่เมืองสามชุก ถึงอัพวา และเพลินวาน ผมคิดถึงเมืองโอซาก้าที่ประเทศญี่ปุ่น ที่รัฐบาลท้องถิ่นได้พยายามส่งเสริมและอนุรักษ์ ฟื้นฟู บ้านโบราณ ตลอดจนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมืองไว้ บูรณะบ้านเก่า ให้เงินสนับสนุนเจ้าของบ้านให้ซ่อมแซมบ้านให้ใช้การได้ ซื้อบ้านเก่าของคหบดีที่มีชื่อเสียงในอดีตไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ของเมือง และทำแผนที่ท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว  แต่ที่สำคัญการเข้าไปเยี่ยมเยียนหมู่บ้านเหล่านี้ผู้เข้าไปท่องเที่ยวไม่สามารถนำเอาวัฒนธรรมต่างถิ่นเข้าไปได้ แต่ยังต้องเคารพความเป็นอยู่ของหมู่บ้านนั้นด้วย การนำเอาแนวคิดย้อนยุคจากโอซาก้า หรือ สินค้าโอทอปจากเมืองฟูกูโอกะ ไม่ใช่การนำเอาสิ่งที่เห็นมาแต่ต้องเข้าให้ถึงค่านิยมและแนวปฎิบัติที่เป็นที่มาของการอนุรักษ์นั้นด้วย มิฉะนั้นผลที่ได้จะกลายเป็นตัวทำลายอดีตไป  ผมยกตัวอย่างเช่น  เดิมสองฝั่งของคลองสวนหมากเงียบสงบ (น่าจะชอบและน่าจะยั่งยืนในแบบของมัน) เมื่อเข้าสู่โครงการฟื้นฟูจะมีการรณรงค์บ้านเรือนที่อยู่ข้างทางเดินต้องเปิดร้านขายของทั้งโบราณและอาจไม่โบราณ มีการปรับปรุงบ้านบางหลังเพื่อให้จำหน่ายสินค้าได้ เข้าทำนอง เปิดบ้านขายของ  ตอนนี้ละ ความเงียบสงบ จะหายไป 

ผมหวังว่า การตั้งเป้าเพื่อส่งเมืองเข้าประกวดน่าจะไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่ควรจะเป็น ผลพลอยได้ของคิดจะอนุรักษ์และฟื้นฟูอดีตมากกว่า และต้องระมัดระวังอย่าให้กระแสทุนเข้ามาทำลายปัจจุบันและอดีตของเมืองนครชุมได้  กิจกรรมแต่ละอย่างต้องละเอียด ละเมียด พอที่จะไม่ก่อผลตรงกันข้ามหรือทำลายอดีต ระวังเมืองที่น่าอยู่จะกลับกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ทำลายอัตลักษณ์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว 

Thursday, January 20, 2011

ห้องสมุดเคลื่อนที่บนรถยนต์ ห้องสมุดคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

มีโอกาสไปแวะเยี่ยมเยียนลูกชายที่เรียนอยู่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รั้วจามจุรี สีชมพู พระเกี้ยว นัดเจอกันที่หน้าห้องสมุดของคณะรัฐศาสตร์  มองเข้าไปในห้องสมุดอยากอ่านหนังสือ แต่ก็ขี้เกียจเข้าไป และหากจะเข้าไปใช้ห้องสมุดก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย อันนี้เป็นเหตุผลสำคัญก็เลยไม่เข้าไปนั่งในห้องสมุด  เหลือมอบเห็นรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า ไลท์เอช รุ่นเก่าๆ เพ้นท์สีชมพู สวยงามจอดหน้าห้องสมุด ความโดดเด่นของรถคันนี้คือบนหลังคาตกแต่งเป็นหนังสือหลายเล่มบนหลังคา และสีชมพูที่ตัวรถ  ด้วยความสนใจมองเข้าไปข้างใน จัดเป็นห้องสมุดเล็กๆ มีหน้งสือพอคเก็ตบุุ๊คหลายเล่ม ด้านหลังของรถตู้มีประตูหลัง เปิดออกมา และมีเก้าอี้ตัวเล็กๆ ไว้ให้นั่งด้วย บรรณารักษ์ของที่นั่นเห็นเราสนใจถ่่ายรูปก็มาแนะนำตัวและเล่าให้ฟังว่า รถคันนี้เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนในชุมชนในกรุงเทพ และได้รับรางวัลด้วย  ผมจำไม่ได้ว่าเป็นรางวัลประเภทอะไร  ชื่นชมพอสมควรนั่งอ่านหนังสือข้างรถตู้ห้องสมุดเคลื่อนที่อยู่พักใหญ่ บุตรชายผมก็มา เลยชักชวนกันไปทานข้าวเย็นกันต่อ

Tuesday, November 30, 2010

โรตีอร่อยตลาดไนท์พลาซ่า กำแพงเพชร

ที่ตลาดไนท์ เป็นตลาดเย็นและค่ำที่ประชาชนชาวกำแพงเพชร ไปเดินหาอาหาร เครื่องดืืื่มและผลไม้ทานกัน อย่างคึกคัก ตั้งแต่ห้าโมงเย็น โดยเฉพาะข้าราชการทั้งผู้น้อยผู้ใหญ่พากันมา บ้างก็นั่งรับประทานอาหารที่นี่ บ้างก็ซื้อกับข้าวสำเร็จรูปใส่ถุงพลาสติก ไปทานกับครอบครัวที่บ้าน บ้างก็รับลูกจากโรงเรียนมานั่งทานอาหารสั่ง หรือจานเดียวกันที่นี่ มีให้เลือกหลายร้าน ล้วนแต่อร่อยทั้งนั้น  ที่นี่มีทุกอย่างเรียกได้ว่า ครบถ้วน ตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวสารพัดชนิด กับข้าวถุง ส้มตำ อาหารตามสั่งหลายร้าน ผักผลไม้ หนังสือพิมพ์ ลอตเตอรรี่
ไอติม น้ำผลไม้ปั่น ฯ ล ฯ 

เนื่องจากมีอาหารเยอะแยะมากมายสารพัน ล้วนอร่อยทั้งนั้น ผมเดินเข้าไปในตลาดทีไร ก็อยากจะกินให้หมดทุกร้าน แต่คงจะไม่ไหวละครับ กะเพาะมันก็เท่านี้  ด้านหนึ่งของตลาดไนท์เป็นมุมก๋วยเตี๋ยวกับน้ำผลไม้ปั่น อีกด้านหนึ่งเป็นอาหารตามสั่ง ถัดไปก็เป็นขนมทำเอง  ถัดมาอีกก็เป็นตลาดผลไม้ และร้านขายดอกไม้ พวงมาลัยไหว้พระ ขายเป็นกำ กำละ 5 บาทเท่านั้น เอง  ทุกๆ หนึ่งอาทิตย์ผมจะต้องไปซื้อดอกไม้สดที่นี่เอาไปไ้ห้วพระ ดอกไม้่จะอยู่ได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ก็จะได้รอบ ก็จะมาซื้ออีกครั้งหนึ่ง

ตรงข้ามกับร้านดอกไม้สด จะมีรถเข็นขายโรตีกล้วยหอม อยู่ร้านนึง ผมเดินผ่านร้านนี้ไม่รู้กี่ครั้งโดยไม่ได้ไปอุดหนุนโรตี เจ้าของร้านรู้สึกจะขี้เกรงใจคนซื้อมากๆ ไม่คิดจะเรียกลูกค้าให้รำคาญแต่อย่างใด  วันนี้ผมทนไม่ได้ อยากลองทานโรตีกล้วยหอม หลังจากซื้อดอกดาวเรือง จำนวน 2 กำแล้ว ก็เดินตรงไปยังร้านขายโรตีรถเข็น พร้อมกับสั่งโรตีกล้วยหอม หนึ่งอัน ระหว่างรอโรตีก็อดถามไม่ได้เมื่อเห็นรายการโรตีหลายชนิด อันละ 8 บาท  มี โรตีสตอบอรี่ โรตีผสมสัปรด ลูกเก็ด ก็เลยสั่งเพิ่ม

ผมเดินกลับที่พัก เจอยามก็เลยนั่งลงแบ่งให้หนึ่งอัน ส่วนผมเหลือโรตีกล้วยไข่ เข้าห้องได้กลิ่นหอมของโรตีผมก็ไม่รีรอเปิดกล่อง ทาน จนหมดในไม่กี่นาที  กล้วยหอม ทานกับโรตีนี่อร่อยเข้าท่า แต่ว่าก็น่าจะกลัวอ้วนได้เหมือนกัน เพราะ โรตีใส่น้ำตาลและนมข้นด้วย แต่วันนี้ขอละ ผมทานมันหมดไปแล้วไม่เหลือ 

Tuesday, September 28, 2010

วิทยาลัยอาชีวเทศบาลเมืองกำแพงเพชร เปิดให้บริการล้างรถ

ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวเทศบาลเมืองกำแพงเพชร กับอาจารย์หลายท่านลงความเห็นกันว่าควรจะให้เด็กนักเรียนได้มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ และความชำนาญการช่าง การเป็นผู้ประกอบการ จึงคิดโครงการล้างรถ ให้เด็กได้ใช้ความรู้และประสบการณ์โดยเปิดให้บริการล้างรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ ทุกชนิด ราคาย่อยเยาว์ ล้างด้วยมือ ดูแลรถยนต์ของท่านอย่างทนุถนอม บริการตรวจเช็คเครื่องยนต์ให้คำแนะนำการใช้และบำรุงรักษารถยนต์ 

ผมได้เข้าไปใช้บริการ ล้างรถและขัดสี เปลี่ยนน้ำยาหม้อน้ำ รถเบ็นซ์ของผมก็เลยดูใหม่เหมือนเพิ่งซื้อมาเมื่อวานนี้เอง 

การให้บริการใกล้ชิดทุกระยะ  ต้องรับบริการล้างรถยนต์ที่วิทยาลัยอาชีวเทศบาลเมืองกำแพงเพชรครับ 

สถานที่  ถนนวิจิตร 1  เทศบาลหลังเก่า 

Monday, September 27, 2010

ผัดไท นครชุม กำแพงเพชร

"มื้อค่ำจะไปทานอาหารที่ใหนดี"  แขกหลายท่านที่มาเยือนจังหวัดกำแพงเพชรมักจะถามคำถามนี้่อยู่ประจำ  จริงๆ แล้วจังหวัดกำแพงเพชรเป็นจังหวัดที่มีร้านอาหารอร่อยมากมายนัก โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวมีมากหลายร้าน หลายชนิด อาทิ เช่น ก๋วยเตี๋ยวไก่ตาหยา  ก๋วยเตี๋ยวชากังราว ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ก๋วยเตี๋ยวไท ก๋วยเตี๋ยวบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ก๋วยเตี๋ยวสารพัดชนิด เอ่ยไม่ได้หมด  ผมอยากจะบอกว่า มาเที่ยวกำแพงเพชร จะต้องใช้เวลามากกว่าสัปดาห์ในการตระเวณไปหาก๋วยเตี๋ยวให้ครบทุกเจ้า

แต่สำหรับมื้อค่ำที่น่าสนใจที่ผมกำลังจะแนะนำคือ ก๋วยเตี๋ยวผัดไท นครชุม  ร้านนี้จะเปิดตอนเย็น ค่ำไปแล้ว ในตลาดเ่ก่านครชุม ข้างโรงหนังเก่า ตลาดนครชุมเป็นตลาดเก่าทีเดียว พอๆ กับเมืองสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เสด็จ ร. ๕ ก็เคยประพาสมาที่นี่ในสมัยนั้น  มีความเจริญรุ่งเรืองมาก  ร่องรอยความเจิรญตอนนี้เลือนหายไปหมดแล้ว ยังคงเหลือแต่อาคารไม้เ่ก่าๆ ตลอดแนว สมัยหนึงเทศบาลนครชุมพยายามที่จะอนุรักษ์และเปิดตลาดนี้ให้เป็นตลาดโบราณ สำหรับเป็นแหล่งท่องเที่ยวแ่ต่ก็ทำได้ไม่ดีเท่าเมืองสามชุก  ด้วยเหตผลใดไม่อาจทราบได้

ผมพาท่านเลยไปไกล เอาละกลับมาที่ก๋วยเตี๋ยวกันก่อน  ก๋วยเตี๋ยวผัดไท มีแคบหมูให้ ถั่วงอกสด ต้นหอม จะขาดเสียไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้นจะขาดความอร่อยควบคู่กันไป บรรยากาศยามค่ำคืน มีแสงไฟหลอดกลม กับอาคารไม้รอบข้าง มีร้านขายขนมหวานตั้งอยู่ติดกัน ชาวบ้านย่านถิ่นแถวนั้นก็พากันเดินออกมาซื้อขนมกันด้วย  นั่งทานก๋วยเตี๋ยวไปสักพักหนึ่ง จะได้ยินเสียงยามเคาะเหล็กให้ดังเพื่อบอกเวลาว่ากี่ยามแล้ว  สักพักหนึ่งยามก็จะขี่จักรยานผ่านไป แล้วเลยไปเคาะที่อื่นต่อ  บรรยากาศอย่างนี้ทำให้นึกถึงบรรยากาศย้อนยุคกลับไปสมัยที่พลังงานไฟฟ้ามาจากโรงไฟฟ้าที่ใช้เครื่องปั่นเป็นเวลา

หากท่านผ่านมาอย่าลืมไปนึกถึงบรรยากาศแบบที่ผมว่าได้ที่ตลาดนครชุมนะครับ 

Thursday, September 16, 2010

สร้างสรรค์สังคม: ไปอ่างทองต้องลองมันอุทัย

สร้างสรรค์สังคม: ไปอ่างทองต้องลองมันอุทัย

ไปอ่างทองต้องลองมันอุทัย

บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ สายเหนือ ผ่านอยุธยา เป็นระยะทางสั้นๆ ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก ขับรถยนต์ต่อไปจนถึงอ่างทอง แถวนั้น มีของกินพื้นบ้านอร่อย คือ "มันอุทัย"  อ้าวแล้วจะหาซื้อได้ที่ใหน เป็นสินค้าโอทอปหรือเปล่า มันจะคล้ายกับมันบดในร้าน เค เอฟ ซี หรือเปล่า    มีขายที่ร้านอะไร ร้านป้าแช่ม หรือ ร้านแม่บังอร หรือเปล่า

เปล่าเลย มันอุทัย เป็นมันขนาดเล็ก เท่าๆ กับ นิ้วนาง หรือนิ้าชี้ มีส่วงม่วงแดง นำมาต้มในหม้อซึ้งนึ่งข้าวแบบสมัยก่อน  บนเตาถ่าน เมื่อท่านเดินทางเข้าเขตอุทัย มองสองข้างทาง จะมองเห็นเป็นเพิงร้านค้า บ้างก็ขายหนูนาย่าง หลายซุ้มขาย โรตีสายไหมท่านต้องคอยสังเกตให้ดีว่าซุ้มใหนมีซึ้งนึ่งข้าวตั้งอยู่บนเตา มีควันกรุ่นๆ นั่นแหละ ท่านจะได้ทานมันอุทัย ที่มีรสชาดอร่อยอย่างยิ่ง มีขนาดเล็กเต็มคำพอดี มันไม่เละ ไม่แข็งเกินไป นุ่ม และอุ่น ราคาถูกมาก ซื้อราคา 20 บาท ขับรถจากอ่างทองเข้ากรุงเทพ ยังไม่หมดเลยครับ ผมไม่สงสัยเลยว่ามันเป็นอาหารหลัก ของคนสมัยโบราณทานระหว่างเดินทางไปรบทัพจับศึก เดินทางไกล และจนถึงทุกวันนี้มันก็ยังเป็นอาหารหลักได้อย่างดี หนักท้อง และประหยัด  ลองหันมารับประทานมันอุทัยแทน มันบด เค เอฟ ซีหน่อยเป็นไร

อ้อ ขาล่องเข้ากรุงเทพจะมีร้านต้มมันอุทัยมากกว่าขาขึ้นนะครับ  แต่ต้องสังเกตบ้างเพราะบางร้านจะเอามันอย่างอื่นมาปนด้วย เช่นมันสีเหลือง เนื้อจะเละกว่า ไม่อร่อย และบางร้านก็ยังต้มมันไม่สุก และแข็งเกินไป ต้องคอยดู และเลือกหัวมันเช่นเดียวกันกับเวลาซื้อผลไม้กันเลยทีเดียวครับ   ผมมักจะพาครอบครัวและสหายแวะทานมันอุทัยก่อนอาหารมื้อหลักในคราวที่ผมจะต้องเป็นเจ้ามือเสมอ เพราะจะทำให้ประหยัดตังได้เยอะเพราะแต่ละคนก็จะอิ่มมันกันก่อน และทำให้สั่งอาหารน้อยลง